บริหารจัดการอาคาร: การเลือกซื้อ”เครื่องฟอกอากาศ”

บริหารจัดการอาคาร: การเลือกซื้อ”เครื่องฟอกอากาศ” เครื่องฟอกอากาศ ในยุคสมัยที่มีมลภาวะค่อนข้างสูงมากอย่างในปัจจุบันนี้ ถือว่าเป็นเครื่องไฟฟ้าที่จำเป็นพอสมควรทีเดียว โดยเฉพาะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง น้องหมา น้องแมว และติดตั้งเครื่องปรับอากาศด้วย

ยิ่งจำเป็นมากขึ้นไปอีก ในบทนี้จึงขอนำทริคในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศมาฝากกัน บ้านใครที่กำลังคิดที่จะเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศเครื่องใหม่ในช่วงนี้อยู่พอดี ต้องมาติดตามกัน

1. พิจารณาจากขนาดของห้อง

ให้ใช้หลักการเดียวกันกับการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศเลยก็ได้ ถ้ายิ่งห้องมีขนาดใหญ่เท่าไร ก็ต้องเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อจะได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ วิธีการ คือวัดขนาดกว้าง ยาวของห้อง แล้วดูค่าเปลี่ยนถ่ายอากาศทุกชั่วโมงของเครื่องฟอกอากาศว่าค่า คือเท่าไร

2. พิจารณาจากค่า CADR

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการพิจารณาซื้อเครื่องฟอกอากาศคือ การดูจากอัตราเปลี่ยนถ่ายอากาศต่อชั่วโมง หรือค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) ซึ่งตัวเลขนี้จะได้จากการวัดปริมาณอากาศทั้งหมดที่ระบบฟอกอากาศสามารถทำความสะอาดได้ภายใน 1 นาที ซึ่งปกติจะแสดงผลเป็นตัวเลข 3 ตัวเลข คือ อัตราทำความสะอาดอากาศที่มีฝุ่นละออง อากาศที่มีเกสรดอกไม้ และอากาศที่มีควันบุหรี่ ยิ่งตัวเลขสูง ย่อมแสดงว่าเครื่องฟอกอากาศนั้นสามารถทำงานได้ดี

3. Air Volume หรือ Air Flow

อีกสิ่งที่ควรพิจารณาประกอบการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ เพราะเมื่อใดที่มีสิ่งสกปรกเข้าไปอัดแน่นอยู่เป็นจำนวนมาก มันจะเป็นระบบเครื่องกรองที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องฟอกอากาศด้วยตัวเองได้

4. ระบบการใช้งานต่างๆ

ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าต้องการความสะดวกสบายให้กับตนเองมากน้อยแค่ไหน แต่ระบบที่ขาดไม่ได้ คือ ระบบออโต้โมด เป็นระบบที่สามารถปรับระดับความเบา ความแรงของเครื่องฟอกอากาศได้เองโดยอัตโนมัติ รวมทั้งควรจะมีฟังก์ชั่นการตั้งเวลาเปิด-ปิดด้วย เพื่อให้เครื่องสามารถหยุดการทำงานในขณะที่เราหลับหรือไม่อยู่บ้านได้เอง

5. อะไหล่เครื่องฟอกอากาศ

การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศนั้น นอกจากเรื่องของระบบการทำงาน ดีไซน์ต่างๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาไว้ล่วงหน้าเลย ก็คืออะไหล่ของเครื่องฟอกอากาศ ที่ต้องพิจารณาว่าถ้าเกิดเครื่องฟอกอากาศมีปัญหาขึ้นมาในภายหลัง เราจะสามารถหาซื้ออะไหล่เหล่านั้นได้สะดวกหรือไม่ โดยเฉพาะพวกแผ่นกรองและไส้กรองต่างๆ

6. ระดับเสียง

เครื่องฟอกอากาศที่ดี ควรมีระดับเสียงต่ำหรือเสียงเบาขณะทำงาน มีผู้ที่เป็นภูมิแพ้บางคนอาจต้องเปิดเครื่องฟอกอากาศขณะนอนหลับด้วย เราจึงควรเลือกระดับเสียงในการทำงานที่มีค่าประมาณ 30-31 เดซิเบล

7. ประหยัดค่าไฟ

ส่วนหนึ่งที่ทำให้มีผลต่อค่าไฟคือ แผ่นกรอง ถ้าแผ่นกรองหนาแน่นมากอากาศผ่านได้น้อย จะยิ่งทำให้เครื่องฟอกอากาศทำงานหนัก และกินไฟ ดังนั้นควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองแบบที่อากาศไหลผ่านได้ดี รวมทั้งพิจารณาฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ร่วมด้วย

This entry was posted in News and tagged .